โหดเกิน!!! แมวมองหงส์แดงแอบส่งแมวมองเช็กฟอร์ม โบรโซวิช

        หงส์แดง ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ส่งแมวมองไปตามดูฟอร์มของ มาร์เซโล โบรโซวิช กองกลางอินเตอร์ มิลาน ในศึกมิลาน ดาร์บีแมตช์ ช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ตามรายงานของ เดลี เมล์

โดยลิเวอร์พูลแม้กำลังมีผลงานสุดยอด แต่ก็เชื่อว่าพวกเขาก็ยังทำงานย่างหนักเพื่อค้นหานักเตะเข้าทีมในฤดูกาลหน้าเพื่อสืบต่อการบรรลุผล

ขณะที่นักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียเองก็มีฟอร์มที่เยี่ยมยอดจนพาอินเตอร์ มิลาน นำจ่าฝูงกัลโช เซเรียอา ในตอนนี้ และเขาเองก็มีค่าฉีกสัญญาราวๆ 50 ล้านปอนด์ นับได้เป็นราคาที่ยอมรับได้ในฟุตบอลช่วงปัจจุบัน

        มาร์เซโล โบรโซวิช วัย 27 ปีเองก็มีสัญญากับอินเตอร์ มิลาน ถึงปี 2022 และก็เชื่อว่าทีมน่าจะกำลังพยายามขยายมันออกไปเพื่อเป็นการป้องกันทีมอื่นมาคว้าตัวไปง่ายๆนั่นเอง

ส่วนในช่วงฤดูกาลนี้ โบรโซวิชเองก็ได้ลงสนามเต็ม 90 นาทีแทบทุกเกม พร้อมยิงไปแล้ว 3 ประตูบวกกับอีก 5 แอสซิส

ดีกว่ายังไง? “เซบายอส” เผยเหตุผลที่ปัดหงส์แดงก่อนซบปืนโต

      ดานี เซบายอส มิดฟิลดืของอาร์เซนอล เปิดเผย อูไน เอเมรี อดีตผู้จัดการของทีมคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาบอกปัดลิเวอร์พูล ก่อนย้ายเข้าถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ในช่วงฤดูกาลนี้​

ผมยินดีที่มีสโมสรอย่าง หงสืแดง ตามตัว แต่ก็เลือก อาร์เซนอล เนื่ยงจาก อูไน เอเมรี ด้วยวิธีการที่เขาปฏิบัติกับผม  เซบายอสกล่าว และตอนนี้ผมเองก็ไม่น่าเข้ากับลิเวอร์พูลนักได้นัก

อูไน เป็นคนสำคัญที่ทำให้ผมมาอาร์เซน่อล ผมต้องการเล่นกับทีม เพราะนอกจากจะเป็นสโมสรใหญ่แล้ว อูไนเองก็ยังมาหาผมถึงบ้านและบอกว่าประทับใจในฐานะนักฟุตบอลเพียงใด

ความมั่นใจของผู้ฝึกสอนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณโชว์ฟอร์มที่สุดยอดออกมาได้ อูไนพูดว่าผมจะเป็นคนสำคัญของเขาที่อาร์เซนอลจึงเลือกมาในที่สุด

เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นสุดยอดโค้ช แต่คุณเองก็จำเป็นต้องดูปรัชญาของแต่ละทีมด้วย ตอนนี้ผมคิดว่าตัวเองน่าจะไม่เหมาะกับลิเวอร์พูลเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม เซบายอสกับเอเมรีก็ได้ร่วมงานกันในช่วงสั้นๆแค่นั้น หลังผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวสเปนโดนอัปเปหิจากเก้าอี้ ก่อนจะเป็น มิเกล อาร์เตตา มากุมบังเหียนแทนเมื่อก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ซาราเยโวเกมส์ 1984 ตกใจมากสนามโอลิมปิกถูกทำเป็นลานประหาร

        แทบช็อกกันเป็นแถวเมื่อสื่อดังอย่าง เดอะ ซัน ทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับ สนามกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ผ่านๆ มาในประวัติศาสตร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สนามกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 1984 ที่เมืองซาราเยโว ยูโกสลาเวีย เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

และหลังเวลาผ่านมาเนิ่นนานถึง 36 ปี สนามกีฬาอาซิม เฟร์ฮาทอวิช ฮาเซ เหลือเพียงซากปรักหักพังถูกทิ้งร้าง และกลายเป็นดินแดนที่น้อยคนนักที่จะเดินทางย่างกรายเข้าไป เพราะมันมีเรื่องราวมากมาย

สาเหตูสำคัญที่ทำให้สนามกีฬาดังกล่าวไร้การเหลียว และเหลือเพียงซากเป็นเพราะสงครามบอสเนีย ช่วงระหว่างปี 1992-1995 ที่ทำให้ทุกอย่างพังทลายแบบไม่เหลือชิ้นดี และไม่มีการบูรณะขึ้นใหม่แต่เพียงใด

แถมที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ สถานที่ทั้งหมดในการแข่งขันครั้งนั้นถูกนำมาใช้ในเกมสงครามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ บ้านพักนักกีฬาถูกนำมาเป็นสถานที่คุมขังเชลยฝ่ายตรงข้าม และแท่นรับเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติถูกใช้เป็นลานประหารชีวิต

เนียงจาก สงครามบอสเนีย ถือเป็นความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ระหว่างชาวโครแอตที่เป็นคาทอลิก ชาวเซิร์บที่นับถือนิกายออร์ทอดอกซ์ และชาวบอสนีแอกซึ่งเป็นชาวมุสลิม ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยลงนามในสนธิสัญญาเดย์ตัน

ทำการกำหนดให้ประเทศบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา แบ่งเขตการปกป้องออกเป็นสองเขต คือ สหพันธรัฐบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิม และโครแอต ส่วนสาธารณรัฐเซิร์ปสกา จะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเซิร์บ

เมสซี่แอซซีส บาร์ซา เบียดแซง เรอัล เบติส 3-2 ตามหลังราชัน 3 แต้ม

    ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คู่ระหว่าง เรอัล เบติส พบกับ บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ เบนิโต้ บียามาริน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.2020

ต้นเกมมาเพียงแค่ 6 นาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เกลม็อง ล็องเล่ต์ แนวรับทีมเยือนไปทำแฮนด์บอล และเป็น เซร์คิโอ กานาเลส สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ เรอัล เบติสขึ้นนำ 1-0

ขึ้นนาทีที่ 9 บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็ว ลิโอเนล เมสซี่ บรรจงตักบอลข้ามแนวรับให้ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ พักอกเอาบอลลงก่อนซัดสวนตัว โยเอล โรเบลส เต็มประตู

ขึ้นนาทีที่ 26 เจ้าบ้านได้สวนกลับเร็วบอลเลยไปถึง นาบิล เฟคีร์ ลากตัดเข้าในก่อนกดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด  ขึ้นนำเป็น 2-1

นาทีที่ 45 บาร์เซโลน่า มาได้ฟรีคิก ลิโอเนล เมสซี่ เปิดเข้าไปในเขตโทษบอลไปถึง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ล้มตัวยิงเข้าไป ให้ทีมตีเสมอ 2-2

ครึ่งหลัง นาทีที่ 72 ทีมบาร์เซโลน่ามาได้ฟรีคิกอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ เปิดโด่งไปในเขตโทษบอลเลยไปเข้าหัว เกลม็อง ล็องเล่ต์ โขกเข้าประตูไม่เหลือ บาร์เซโลน่า แซงนำ 3-2

นาทีที่ 76 เจ้าถิ่นต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน นาบิล เฟคีร์ ไปเข้าหนักใส่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ จนโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงต้องออกจากสนามไปทันควัน

ในนาทีที่ 79 บาร์เซโลน่า ก็มาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนเหมือนกัน จากจังหวะที่ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ไปทำฟาวล์คู่แข่งโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

หมดเวลา บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ เรอัล เบติส 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญ รั้งอันดับ 2 พร้อมทำแต้มตามหลัง  มาดริด จ่าฝูง 3 คะแนนตามเดิม

        รายชื่อนักฟุตบอลของทั้งสองทีม
        เรอัล เบติส (4-3-3) โยเอล โรเบลส  เอแมร์ซอน อิสซ่า มานดี้ มาร์ค บาร์ตร้า อเล็กซ์ โมเรโน่  วิลเลี่ยม คาร์วัญโญ่, กุยโด้ โรดริเกซ  การ์เลส อาเลนญ่า เซร์คิโอ กานาเลส นาบิล เฟคีร์  บอร์ฆา อิเกลเซียส
บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดน แทร์ ชตีเก้น  เนลสัน เซเมโด้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ซามูแอล อุมตีตี้ จูเนียร์ ฟีร์โป้  อาร์ตูโล่ วีดัล เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  เซร์จี้ โรเบร์โต้ ลิโอเนล เมสซี่ ฟุตบอลอองตวน กริซมันน์